
3 เช็กลิสต์ประกันชีวิตแบบไหนลดหย่อนภาษีได้ ไม่โดนเบี้ยปรับสรรพากร
ช่วงปลายปีหลายท่านเริ่มวางแผนภาษี และหนึ่งในตัวช่วยยอดนิยมตลอดกาลก็คือ "เบี้ยประกันชีวิต" แต่ทราบหรือไม่ว่าไม่ใช่ประกันชีวิตทุกเล่มที่จะสามารถนำมาใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ มีผู้เอาประกันจำนวนไม่น้อยที่ซื้อกรมธรรม์ไปแล้วเข้าใจผิด เมื่อยื่นแบบภาษีออนไลน์กลับพบว่าไม่ตรงตามเงื่อนไข จนอาจเสียสิทธิ์หรือถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังได้
เพื่อให้มั่นใจว่าเงินที่คุณจ่ายไปได้ทั้งความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ถูกต้อง มาตรวจสอบ 3 เงื่อนไขสำคัญตามเกณฑ์ของกรมสรรพากรกันครับ
1. ระยะเวลาคุ้มครองต้อง 10 ปีขึ้นไป
กฎหมายระบุไว้ชัดเจนว่า ประกันชีวิตที่จะนำมาลดหย่อนภาษีได้ ต้องมี ระยะเวลาเอาประกันภัยตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
- ตัวอย่างที่ลดหย่อนได้: ประกันสะสมทรัพย์แบบส่งเบี้ย 6 ปี คุ้มครอง 10 ปี หรือแบบส่งเบี้ย 10 ปี คุ้มครอง 20 ปี
- ตัวอย่างที่ลดหย่อนไม่ได้: ประกันออมทรัพย์ระยะสั้น เช่น ชำระเบี้ยครั้งเดียวคุ้มครอง 3 ปี หรือส่งเบี้ย 2 ปี คุ้มครอง 5 ปี แม้จะมีคำว่า "ประกันชีวิต" แต่ระยะเวลาคุ้มครองรวมไม่ถึง 10 ปี จะไม่สามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้
2. ต้องเป็นบริษัทประกันที่จดทะเบียนในประเทศไทย
สัญญาประกันชีวิตต้องทำกับ บริษัทประกันชีวิตที่ประกอบกิจการในราชอาณาจักรไทย เท่านั้น หากท่านเดินทางไปทำงานหรือท่องเที่ยวต่างประเทศ แล้วทำประกันชีวิตกับบริษัทในต่างแดน จะไม่สามารถนำเบี้ยประกันดังกล่าวมารวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในประเทศไทยได้
3. เงื่อนไขเงินคืนระหว่างสัญญาต้องไม่เกินเกณฑ์
สำหรับประกันชีวิตที่มีเงินคืนรายงวด (Cash Back) ระหว่างสัญญา กรมสรรพากรมีข้อกำหนดควบคุมไว้เพื่อป้องกันการออมเงินแฝงระยะสั้น โดยมีหลักเกณฑ์ทั่วไปดังนี้:
- เงินคืนรายปี ต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี
- หรือกรณีเงินคืนตามช่วงเวลา ผลรวมเงินคืนสะสมต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมในแต่ละช่วงเวลานั้น
หากกรมธรรม์ใดให้ผลตอบแทนหรือเงินคืนระหว่างปีสูงเกินกว่าเกณฑ์นี้ กรมธรรม์นั้นจะไม่เข้าข่ายได้รับการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
โควตาวงเงินลดหย่อนภาษีของประกันชีวิต
เบี้ยประกันชีวิตทั่วไปสามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
- ข้อควรระวัง: วงเงิน 100,000 บาทนี้ จะนับรวมกับ "เบี้ยประกันสุขภาพของตนเอง" (ซึ่งประกันสุขภาพตัวเองใช้สิทธิ์ได้สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท) เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินเพดาน 100,000 บาทแรก
ตารางสรุปเช็กลิสต์ก่อนยื่นภาษี
| ลักษณะกรมธรรม์ | ใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ | สิทธิ์ลดหย่อนไม่ได้ |
|---|---|---|
| ระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป | ||
| สัญญาคุ้มครองสั้นกว่า 10 ปี | ||
| บริษัทประกันตั้งอยู่ในไทย | ||
| เงินคืนระหว่างสัญญาเกินร้อยละ 20 |
สรุป
ก่อนตัดสินใจทำประกันเพื่อวัตถุประสงค์ลดหย่อนภาษี อย่าดูเพียงผลตอบแทนเงินออมหรือเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายเพียงอย่างเดียว ควรถามตัวแทนให้ชัดเจนและตรวจสอบหน้าตารางกรมธรรม์ว่าเข้าเกณฑ์ 10 ปีขึ้นไป และมีหนังสือรับรองการชำระเบี้ยประกันที่ระบุว่าสามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ เพื่อความสบายใจและไม่เกิดปัญหาในการยื่นภาษีประจำปีครับ
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการให้ข้อมูลทั่วไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร เงื่อนไขความคุ้มครอง สิทธิประโยชน์ และข้อยกเว้นที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของแต่ละกรมธรรม์ ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษารายละเอียดก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ความคุ้มครอง เงื่อนไข และสิทธิลดหย่อนภาษีเป็นไปตามกรมธรรม์และประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ซื้อควรทำความเข้าใจรายละเอียดก่อนตัดสินใจทุกครั้ง